ลิเวอร์พูลถึงเวลาลุ้นแชมป์

 

ผ่านมา 3 เกม ถึงเวลานี้ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยังไม่เสียประตูแม้แต่ลูกเดียว พร้อมขึ้นนำเป็นจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เรียบร้อยแล้วนะครับ

โดย 3 เกมที่ผ่านมา เจอร์เก้น คล็อปป์ วางไลน์อัพ 11 ตัวจริง เหมือนกันเป๊ะ ทั้ง 3 เกม ยิ่งไปกว่านั้น เปลี่ยนสำรอง 2 คนเหมือนกันทั้ง 3 เกม (เฮนเดอร์สัน,สเตอร์ริดจ์) ส่วนอีก 1 ตำแหน่ง จะปรับตามสถานการณ์ (ชาคิรี่ เกมเวสต์แฮม ,ลัลลาน่า เกมพาเลซ , มาติป เกมไบรท์ตัน)

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน หรือ ฟาบินโญ่ ทั้งคู่ไม่ได้ทำอะไรผิด สภาพร่างกายแข็งแกร่ง และเป็นนักเตะฝีเท้าดี แต่ในเมื่อส่วนผสมของ ไวจ์นัลดุม, มิลเนอร์ และเกอิต้า มันลงตัวอยู่ คล็อปป์ก็ต้องใช้ 3 คนนี้ไปก่อน แต่เชื่อว่าเกมหน้าที่เจอกับเลสเตอร์ น่าจะมีการปรับแล้ว

สองเกมที่ลิเวอร์พูล เจอไบรท์ตัน ซีซั่นที่แล้ว ยิงรวมกัน 9 ลูก คือไบรท์ตัน ไม่มีอะไรจะมาต้านทานเลย แต่เกมนี้ พวกเขาไม่ยอมซ้ำรอยเดิม ไบรท์ตันเล่นอย่างระมัดระวัง และอดทนถึงที่สุด ไบรท์ตันรู้ดีว่า วิธีที่จะมาแบ่งแต้มจากแอนฟิลด์ คือเล่นเกมรับให้แน่น และยันสกอร์ไว้ให้ตามหลังแค่ 1 เม็ด ก่อนจะมาโหมบุกหนักในช่วงท้าย ซึ่งแผนนี้เกือบได้ผล ช่วงท้ายเกมก็เล่นงานลิเวอร์พูลจนป้อแป้ไปเหมือนกัน

เกมนี้ ทีมงานSBOBET คิดว่าคนที่ควรถูกพูดถึงมากที่สุด คือ อลิสซอน เบ็คเกอร์ นายทวารมือ 1 สิ่งที่เขาเจ๋งมากๆ คือการจ่ายบอล เขาวางบอลยาวจากหน้าโกล์ไปกลางสนาม ถึงเท้าเพื่อนแบบพอดีเป๊ะ เขาวางบอลออกซ้ายให้โรเบิร์ตสัน ออกขวาให้เทรนต์ ที่อยู่กลกลางสนาม แล้วน้ำหนักไม่ขาดไม่เกิน ที่คนเรียกเขาว่า เป็นควอเตอร์แบ็ก ไม่ใช่เรื่องโอเวอร์เลย เป็นคนจ่ายบอลได้แม่นยำจริงๆ

ส่วนจังหวะการเซฟ หรือ Shot Stopping เขาก็ทำได้หมดจดมากๆ การเซฟลูกโหม่งนาทีสุดท้ายของปาสกาล โกรส แสดงให้เห็นว่าเขามีปฏิกริยาดีมากๆ ตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา เรายังไม่เห็นอลิสซอน รับพลาดเลย การคว้าบอลกลางอากาศ การชกบอลทิ้ง ทำได้สมบูรณ์ทุกอย่าง

แต่แน่นอน หลายๆคน คงเป็นกังวล ที่เห็นอลิสซอน โชว์ลีลาขนาดนั้น ทั้งกระชากบอลหลบนักเตะคู่แข่ง หรือกระดกบอลอ้อมตัวแอนโธนี่ น็อกการ์ต คือถ้าโดนฉกจากเท้าได้นี่ โดนยิงหน้าโกล์โล่งๆเลยนะ คือจริงๆเขามีสิทธิเล่นแบบนี้ได้ นักเตะบราซิลย่อมมั่นใจในเทคนิของตัวเองอยู่แล้ว แต่ประเด็นคือ อลิสซอนอย่างโชว์พร่ำเพรื่อมากเกิน และเขาต้องเรียนรู้จังหวะของพรีเมียร์ลีกให้ชัวร์กว่านี้ อย่าประเมินความสามารถของคู่แข่งต่ำเกินไป

ทีมงานSBOBET  ได้เห็นการขึ้นเกมรุกที่น่าสนใจหลายอย่าง อย่างแรก คือ การดันเซ็นเตอร์แบ็กไปช่วยเกมรุกทั้งคู่ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ดันขึ้นไปถึงเขตโทษคู่แข่ง เช่นเดียวกับโจ โกเมซ ก็ดันขึ้นสูงมากๆ คือสองคนนี้ เป็นคนครองบอลดี กระชากบอลได้ไม่เสียบอลง่าย ทำให้เราได้เห็นการดันไปเล่นเกมรุกของทั้งคู่ ซึ่ง ถ้าเป็นเดยัน ลอฟเรน คงไม่สามารถเล่นแบบนี้ได้

เราเห็นแผนเกมรุกใหม่ๆ คือปกติ ในแนวรุก 3 คน จะมีฟีร์มีโน่ คนเดียวที่ลงมาล้วงบอลจากด้านหลัง ส่วนซาลาห์กับมาเน่ ก็ยืนสูง ห้อยเอาไว้ แต่เกมนี้ มีบางจังหวะที่ ฟีร์มีโน่,ซาลาห์,มาเน่ ลงมาต่ำหมดทั้ง 3 คน แล้วปล่อยให้นาบี เกอิต้า ยืนสูงสุดเป็นเหมือนกองหน้าตัวเป้า คือไบรท์ตัน วางเกมรับแข็งมาก ถ้ายืนห้อยอยู่ก็ไม่ได้บอล ดังนั้นแนวรุกก็ต้องขยันมากขึ้น

เราเห็นฟูลแบ็ก 2 ข้าง ใช้พลังงานเยอะมากๆ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ขึ้นสุดลงสุด จากเขตโทษฝั่งตัวเอง ขึ้นไปถึงเขตโทษของคู่แข่ง ผมว่าอีกไม่นานทั้งคู่พลังหมดแน่ ใครที่คิดถึง นาธาเนียล ไคลน์ หรือ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ กลัวว่าจะไม่ได้ลง คือไม่ต้องกลัวหรอก ในระบบที่ใช้ฟูลแบ็กหนักขนาดนี้ มันต้องมีการโรเทชั่นแน่นอน

บทสรุปของลิเวอร์พูลในเกมนี้ คือ เกมรุกอึดอัด เจอคู่แข่งแพ็กแน่น แต่เมื่อได้โอกาสสำคัญแล้วเก็บไว้ได้ไม่พลาด ส่วนเกมรับไม่มีข้อสงสัย 3 เกมผ่านไปไม่เสียประตู มันทำให้เห็นว่าหงส์พัฒนาการขึ้นและพร้อมแล้ว

ที่จะลุ้นแชมป์จริงๆ หลังรอมานาน 28 ปีเต็ม

 

 

หงส์แดงได้ลุ้นแชมป์?

           สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมงานSBOBET ได้ชมศึกลูกหนัง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งนับว่าเป็นสัปดาห์ที่ทีมยักษ์ใหญ่ทั้งหลายนั้น ต่างระเบิดฟอร์มเก่งกันแทบทุกทีมอย่างพร้อมเพรียงนะครับ

           ไล่จาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ยังคงรักษาสถิติชนะรวด 100 เปอร์เซ็นต์ หลังบุกไปเอาชนะ สวอนซี 3-1 รั้งจ่าฝูงแบบยาวๆ

           ขณะที่ “ปีศาจแดง”  แมนฯ ยูฯ ก็คืนฟอร์มอีกครั้งด้วยการถล่ม  แชมป์เก่า เลสเตอร์ ซิตี้  4-1 ต่อด้วย “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่ซัลโว ฮัลล์ ไปแบบเละเทะ 5-1 ปิดท้ายด้วยอาร์เซน่อล ฉลอง 20 ปีให้ อาร์แซน เวนเกอร์ จัดเชลซีไป 3-0146405-20160924230753840412

           วันนี้ทีมงานSBOBET  จะขอกล่าวถึง “หงส์แดง” ซักหน่อย หลังระเบิดฟอร์มมาหลายนัดติดต่อกัน จนกลับมาสู้เส้นทางที่ควรจะเป็นครั้ง พร้อมกับยังสร้างสถิติยิงประตู 24 ลูกจาก 8 นัดแรกในทุกรายการมากที่สุดนับตั้งแต่เคยยิงได้ถึง 34 ประตูเมื่อซีซั่น1895-96 สมัยที่ “หงส์แดง” คุมทัพโดย วิลเลี่ยม เอ็ดเวิร์ด บาร์เคลย์ และ จอห์น แม็คเคนน่า

           เกมล่าสุดที่เจอ ฮัลล์ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือเฮฟวี่เมทัล ได้ปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นในเกมนี้ด้วยการใช้ ลอริส คาริอุส ขวัญใจแม่ยกสาวกหงส์สาว ทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ ลงต่อเนื่องไปเลยหลังจากสัมผัสเกมกับดาร์บี้ เคาน์ตี้ไปแล้ว อีกหนึ่งคนคือเซนเตอร์แบ็กเลือกใช้ รักนาร์ คลาวาน ยืนกับ โฌแอล มาติป ที่เหลือเหมือนเดิม ทั้งแบ็กสองข้าง เจมส์ มิลเนอร์, เนธาเนียล ไคลน์

           ชุดแดนกลาง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่มีความมั่นใจมากขึ้นกว่าเดิมทำงานกับ อดัม ลัลลาน่า และ จินี่ ไวนัลดุม ที่ยึดตัวจริงสบายๆ และข้างหน้าสามคน ไม่มีที่ว่างให้ทั้ง แดเนียล สเตอริดจ์, โอริกี้ กระทั่ง แดนนี่ อิงส์ กลายเป็นสามประสานแนวรุกที่ลงตัวกว่าทั้ง มาเน่, คูตินโญ่ และ ฟีร์มีโน่

           แผนการเล่น 4-3-3 ของ คลอปป์ รับมือฮัลล์ ซิตี้ ที่เพิ่งโดนอาร์เซน่อลถล่ม 4-1 และผจก.ชั่วคราวอย่าง ไมค์ ฟีแลน ยังไม่ได้รับการเซ็นสัญญาแบบถาวร รอต่อไป รอดูผลงานต่อเนื่อง ปรากฏว่าเกมนี้มาแอนฟิลด์ ในวันเกิดของตัวเองวัย 54 ปี ผลก็อย่างที่ทราบคือเละครับ

Liverpool's German manager Jurgen Klopp applauds the fans after the final whistle after the English League Cup third-round football match between Derby County and Liverpool at iPro Stadium in Derby, central England on September 20, 2016. Liverpool won the game 3-0. / AFP / PAUL ELLIS / RESTRICTED TO EDITORIAL USE. No use with unauthorized audio, video, data, fixture lists, club/league logos or 'live' services. Online in-match use limited to 75 images, no video emulation. No use in betting, games or single club/league/player publications.  /         (Photo credit should read PAUL ELLIS/AFP/Getty Images)

           ลิเวอร์พูลภายใต้แนวคิดการเล่นของ คล็อปป์ คือการรุมกดดันแย่งบอล หรือศัพท์โค้ช เพรสซิ่งในแดนหน้า คุมการเล่นเอาไว้เหมือนนัดที่พบกับเบิร์นลี่ย์ นั่นแหละครับ ถ้า ฮัลล์ ขึ้นบอลก็จัดการตะลุยแย่งบอลเพื่อเอามาครอบครองแล้วบุก  ถ้าบุกแล้วเสียบอล พื้นที่ไหน พื้นที่นั้นทุกคนจะไม่ปล่อยปละละเลย แท็กติก 3-4 คนรุมบีบจนคู่แข่งเสียบอลกลับมาให้หงส์บุกต่อ

        จุดนี้ทำได้ดี และดูเหมือนนักเตะเริ่มเข้าใจแนวคิดการเล่นของโค้ชและนำไปใช้ในสนามได้ผล การเล่นตามแผนนี้แล้วจบด้วยการยิงประตูกรอบเขตโทษ นั่นคือสิ่งที่เด็กหงส์ชุดนี้ต้องมี ซึ่งเกมรุกนั้นตอนนี้ไม่มีคำถามเรื่องวิธีการแล้วเพราะทำได้ดี เห็นผล แต่ต้องเล่นแบบนี้ให้ได้ทุกนัด หรือมีผลงานแบบนี้ไปเรื่อยๆ

           ถามว่า 6 นัดผ่านไป “หงส์แดง” มีคุณสมบัติลุ้นแชมป์หรือยัง ทีมงานSBOBET  ขอบอกเลยว่าหากเล่นแบบนี้มีโอกาสที่จะเบียดแย่งกับ ทีมยักษ์ใหญ่ ทีมอื่นๆแน่นอน  แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความต่อเนื่องนับจากนี้และอีกหลายๆที่กำลังจะคลืบคลานเข้ามา สองสามเดือนแรก, ครึ่งฤดูกาลแรก, ช่วงบ็อกซิ่งเดย์, ช่วง มีนาคม และช่วงท้ายฤดูกาล  มันยังมีอีกหลายเกมที่ต้องพิสูจน์ ฟอร์มหงส์แดงว่าจะรักษาได้ต่อเนื่องและเฉียบขาดแค่ไหน

          หากใครจำได้ เกมที่พบกับเบิร์นลี่ย์ ยังตามมาหลอกหลอนอยู่ เกมรับที่ยังเปราะบาง พลาดง่ายเสียง่าย แม้โดยภาพรวม มาติป กับ คลาวาน รวมทั้ง ลอฟเรน เริ่มจะทำให้แฟนบอลอุ่นใจได้บ้าง แต่ผมคิดว่ากองหลังลิเวอร์พูลยังไม่ปึ้กหรือรัดกุมมากอย่างที่จะไว้วางใจได้

            แต่เวลานี้สิ่งที่แก้การเสียประตู คือเกมรุกที่ยิงประตูอย่างได้มากจนช่วยปกปิดสิ่งนี้ได้ แต่มันเป็นเรื่องธรรมชาติและความจริงของบอลลีกที่หวดกัน 9 เดือน ซึ่งเป็นเรื่องยากที่ทีมใดจะทำผลงานแบบนี้ไปทั้งฤดูกาล

           ทีมงานSBOBET มองว่าถึงเวลานี้อยากให้ตั้งความหวังเอาไว้แค่อันดับ 4 ลุ้นไปแชมเปี้ยนส์ลีกเหมือนเดิม มันยังมีแมตช์แข่งขัน ช่วงเวลาที่ต้องพิสูจน์ตัวเองอีก โดยเฉพาะเดือนตุลาคมมีศึกแดงเดือด มันคือเกมใหญ่ เกมที่สู้ด้วยแท็กติก รายละเอียด รวมทั้งจิตวิทยาของนักเตะในเกมรอให้พิสูจน์ผลงาน แต่ถ้าหลังจากนั้นผลงานยังคงเส้นคงวามันจะพาไปถึงสิ่งที่เหนือกว่าจุดที่เราตั้งไว้เอง ยกตัวอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ฤดูกาลที่แล้ว ที่ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ทำทีมแบบลุ้นกันนัดต่อนัดไป สุดท้ายก็สร้างประวัติศาสตร์ได้สำเร็จและใครจะไปรู้เมื่อถึงเวลานั้น “หงส์แดง” ยังดีจริง การรอคอยที่แสนยาวนานก็อาจจะถึงเวลาสิ้นสุดลงเสียที