“โรคซึมเศร้า”เรื่องราวใกล้ตัววงการลูกหนัง

กลายเป็นประเด็นร้อนในช่วงนี้ไปก็ว่าได้นะครับสำหรับเรื่อง “สภาวะโรคซึมเศร้า” หลังจากอดีตแฟนสาวจากเพจชื่อดังอย่าง คนอะไรเป็นแฟนหมี เข้าไปโพสต์ในพันทิป จนกลายเป็นเรื่องดราม่าไปโดยพันลวัน บ้างก็ว่าให้ช่วยกันดูแล คนประเภทนี้ ส่วนอีกฝ่ายก็บอกว่า เมื่อรู้ว่าตัวเองป่วยแล้วทำไมถึงไม่ไปหาหมอจะอยู่กันเป็นภาระทำไม

 


ซึ่งเมื่อ ทีมงานSBOBET ได้เข้าไปอ่านเรื่องราวดราม่านี้แล้วก็พลันทำให้นึกถึง อดีตแข้งทีมชาติเยอรมันรายหนึ่ง ที่เคยต้องเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายด้วยโรคซึมเศร้ามาแล้ว ยอดแข้งคนนั้นคือ โรเบิร์ต เอ็งเค่ นายทวารจากสโมสร ฮันโนเวอร์ นั่นเอง เพียงแต่ว่าในช่วงเวลานั้น โลกของเรายังไม่ได้ให้ความสนใจต่อการดูแลผู้ป่วยโรคนี้มากนัก จนเกิดเรื่องที่น่าเศร้าสลดเกิดขึ้น
โรเบิร์ต เอ็งเค่ นั้นคือผู้รักษาประตู กัปตันทีมฮันโนเวอร์แห่งลีกบุนเดสลีกา เยอรมัน ซึ่งเลือกจบชีวิตของตนลงไปด้วยการฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดให้รถไฟสายด่วนทับร่าง จบชีวิตลงในวัย 32 ปี เหลือทิ้งเพียงภรรยาที่ต้องโศกเศร้ากับการตัดสินใจครั้งนี้ของเขา เพื่อเป็นอุธาหรณ์และเพื่อให้ผู้คนรอบข้างตระหนักและใส่ใจต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าหรือผู้ที่มีอาการแนวโน้มว่าจะเป็นโรคซึมเศร้าให้มากขึ้น
ข่าวการฆ่าตัวตายของ เอ็งเค่ ถือเป็นข่าวดังมากในช่วงปี 2009 ในตอนนั้น ทีมงานSBOBET  เชื่อว่าแทบจะไม่มีใครรู้ว่าเขาแบกรับความกดดันและความคาดหวังในอาชีพนักฟุตบอลมากแค่ไหนจนถึงขนาดเกิดภาวะซึมเศร้าขึ้น ซึ่งเทเรซ่า ภรรยาคู่ชีวิตเปิดเผยกับนักข่าวว่าสามีของเธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและพยายามรักษาอาการนี้มาได้ 6 ปีกว่าแล้วก่อนที่เขาจะจบชีวิตลงไป
จุดเริ่มต้นแห่งโรคซึมเศร้าสันนิษฐานว่าเกิดขึ้นจากที่ครอบครัว เอ็งเค่ ต้องสูญเสีย ไลล่า บุตรสาวอันเป็นที่รักไปตอนที่ลูกสาวของพวกเขามีอายุได้เพียง 2 ขวบจากอาการหัวใจผิดปกติ หลังจากพิธีศพผ่านพ้น โรเบิร์ต เอ็งเค่ ยังแวะเวียนไปยังหลุมศพของลูกสาวอยู่เสมออย่างกับคนที่ยังทำใจยอมรับความจริงไม่ได้ แม้ว่าคนทั้งสองจะสักชื่อลูกสาวไว้บนข้อมือเพื่อแทนความคิดถึง แต่นั่นกลับไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น ซ้ำยังอาจเป็นการตอกย้ำให้เกิดความระลึกถึงลูกสาวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเขาอยู่ตลอด


จากนั้นความเครียดจากการไม่อาจขึ้นเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งได้ในระหว่างปี 2002-2003 เมื่อตอนที่เขาค้าแข้งให้กับทีมบาร์เซโลซ่า และ เฟเนร์บาร์เช่ตามลำดับ ทำให้ โรเบิร์ต เกิดภาวะเครียดสะสมจนต้องยอมยกเลิกสัญญาเพื่อเข้ารักษาตัว และในปี 2004 เขาย้ายมาฮันโนเวอร์และรับบทบาทกัปตันทีมในปีเดียวกันกับที่ลูกสาวเกิดและเสียชีวิตลงในอีก 2 ปีถัดมา
ว่ากันว่า สิ่งหนึ่งที่น่าจะมีส่วนร่วมเป็นอย่างมากที่ทำให้ โรเบิร์ต มีภาวะซึมเศร้าก็คือ เขาเกิดในครอบครัวคนกีฬาที่ประสบความสำเร็จและเขาอยากตามรอยสมาชิกครอบบครัวให้ได้เช่นนั้น แต่จากผลงานที่ไม่ค่อยได้รับการยอมรับและความกังวลเรื่องการติดทีมชาติ ก็ทำให้เขาเป็นคนเงียบขรึมลง ทั้งๆ ปรกติแล้วเขาเป็นคนอ่อนโยนและเอาจริงเอาจังกับชีวิต จนเมื่อเกิดความผิดหวังครั้งใหญ่ซ้ำๆ และการยากที่จะแสดงออกถึงความเสียใจจนเกิดเป็นความเครียดสะสมจนกลายมาเป็นภาวะซึมเศร้าที่ฝังลึกอยู่ในตัวเขาในที่สุด
อาการของ โรเบิร์ต ที่แสดงออกถึงภาวะซึมเศร้าที่เห็นได้ชัดก็คือ เขากลัวที่จะลุกขึ้นตื่นมาทำกิจกรรมต่างๆ กลัวความล้มเหลว หวาดผวาง่าย และเพิ่มพูนความซับซ้อนของอาการขึ้นมาเรื่อยๆ จนแม้กระทั่งแพทย์ที่ให้การบำบัดเขายังแทบไม่อาจช่วยเหลืออะไรเขาได้เลยจนกระทั่ง โรเบิร์ต ตัดสินใจจบชีวิตของตนลงไป
แม้ไม่อาจยืนยันได้ว่าการเสียชีวิตของเขามาจากโรคซึมเศร้ามากน้อยแค่ไหน แต่ ทีมงานSBOBET มองว่ามันก็แสดงให้เราเห็นว่าในฐานะบุคคลคนหนึ่ง นักกีฬามืออาชีพต้องรับมือกับความกดดันและความคาดหวังมากกว่าที่เราจะจินตนาการไปถึง และการรับมือกับความทุกข์เพียงลำพังนั้นเป็นเรื่องยาก การดูแลเอาใจใส่กันและกันจึงเป็นเรื่องที่ควรทำอย่างถึงที่สุด อย่ามองว่าคนเหล่านี้เป็นภาระของสังคมเลย
ทีมงานSBOBET เอาใจช่วยทุกคนให้หายกลับมายิ้มอีกครั้งครับ

ทีมแข้งดังสุดอาภัพที่ตกเป็นสำรองในพรีเมียร์ลีก

        ถึงเวลานี้ ศึกลูกหนัง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2016/17 ก็เดินทางมา 1 ใน 4 ของฤดูกาลเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งทำให้ ทีมงานSBOBET  พอจะคาดเดาภาพรวมคร่าวๆของแต่ละสโมสร ได้ในระดับนึง ซึ่งรวมไปถึงสถานการณ์ของนักเตะบางคนอีกด้วย และวันนี้เราจะขอรวบรวมแข้งดังของแต่ละทีมที่ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามในฤดูกาลเป็น 1 ทีมให้ได้ดูว่ามีใครกันบ้าง

ผู้รักษาประตู: อัสเมียร์ เบร์โกวิช (เชลซี)

        แน่นอนว่าก่อนที่ เบร์โกวิช จะย้ายมาเฝ้าเสาในถิ่น สแตมฟอร์ดบริดจ์ เขาคือ 1 ในผู้รักษาประตูที่มีความเหนียวแน่นหนึบสุดๆ และคงเป็นมือ 1 ในทีมระดับกลางๆได้ไม่ยาก แต่เมื่อมาเล่นที่เชลซี นายทวารทีมชาติ บอสเนีย นั้นต้องพบกับงานหนักเมื่อมี  ธิโบต์ กูร์กตัวส์ ขวางทางอยู่

แบ็กขวา: มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน (แมนฯ ยูไนเต็ด)

        จากฤดูกาลที่แล้ว ดาร์เมียน คือขวัญใจเบอร์ 1 ของ ฟานกัล ในตำแหน่งนี้ จนเขาได้ติดทีมชาติ อิตาลี ชุดสู้ศึก ยูโร 2016 ไปด้วย ก่อนที่ฤดูกาลนี้จะมีการเปลี่ยนกุนซือเป็น โชเซ่ มูรินโญ่ และนั่นก็งานเข้าดาวเตะอิตาเลียน รายนี้ทันที เมื่อเขานั้นต้องตกเป็นตัวสำรองของ อันโตนิโอ วาเลนเซีย แบบถาวร และเชื่อว่าเส้นทางของ ดาร์เมี่ยน กับทัพ “ปีศาจแดง” คงใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดเต็มทีและเตรียมได้กลับไปเล่นที่ อิตาลี อีกครั้งในเร็ววันนี้

แบ็กซ้าย: คีแรน กิ๊บส์ (อาร์เซนอล)

        กิ๊บส์ นั้นถูกยกให้เป็นตัวตายตัวแทนของ แอชลีย์ โคล ในช่วงแรก แต่จากการที่เขาต้องพบกับอาการบาดเจ็บที่คอยรบกวนตลอดเวลา นั่นทำให้เขาต้องเสียตำแหน่งตัวจริงให้กับ นาโช่ มอนเรอัล และทำให้เขาได้รับโอกาสลงสนามเฉพาะในฟุตบอลถ้วยเท่านั้นในฤดูกาลนี้ 

เซ็นเตอร์แบ็ค: เควิน วิมเมอร์ (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์)

        นับตั้งแต่ที่ที่ย้ายมาจาก โคโลญจน์ ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้วเขาพึ่งมีโอกาสลงเล่นในเกมส์ลีกไปเพียงแค่ 10 นัดเท่านั้น และจากอดีตที่ผ่านมา เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ มักจะจัดการลูกทีมที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวภายในได้ไม่ดีเท่าไรนัก ทำให้อนาคตของ ปราการหลังวัย 23 ปี ดูท่าจะไม่สดใสเสียแล้ว

เซ็นเตอร์แบ็ค: รามิโร่ ฟูเนส โมริ (เอฟเวอร์ตัน)

        ปราการหลังชาวอาร์เจนไตน์ นั้นต้องงานเข้าอย่างจังจากที่ตอนแรกคาดว่าจะเป็นตัวหลักของทีม นับตั้งแต่ จอห์น สโตนส์ ย้ายไปแมนฯซิตี้    แต่การเข้ามาของ แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ ที่เข้ามาจับคู่กันกับ ฟิล จากีลก้า กองหลังกัปตันทีม ได้อย่างยอดเยี่ยม เลยทำให้ ฟูเนส โมริ ต้องนั่งสำรองยาวจนถึงปัจุบัน

กองกลาง: เฮนริค มาคิทาร์ยาน (แมนฯ ยูไนเต็ด)

        มาคิทาร์ยาน ย้ายมาจากดอร์ทมุนด์ ด้วยดีกรีนักเตะยอดเยี่ยมแห่งบุนเดสลีกา พร้อมกับค่าตัวที่สูงถึง 30 ล้านปอนด์ นั่นทำให้เขาถูกคาดหวังจากแฟน ปีศาจแดง ว่าจะสามารถยกระดับทีมได้ในฤดูกาลนี้ แต่จากปัญหาอาการบาดเจ็บที่คอยตามรบกวน ทำให้ดาวเตะ อัลเมเนีย วัย 27 ปี นั้นแทบจะไม่ได้รับโอกาสลงสนามเท่าที่ควร และทีมงานSBOBET  คิดว่าทำให้เขาอาจจะต้องดับเหมือนแข้งชื่อดังหลายรายก่อนหน้านี้

กองกลาง: อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (อาร์เซนอล)

        อเล็กซ์ คือนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี แถมพ่วงด้วยการติดเป็น 23 คนสุดท้ายของ ทีมสิงโตคำราม ในศึก ยูโร 2012 และนั่นทำให้หลายคนเชื่อว่าเขาจะขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมในอนาคตได้อย่างแน่นอน แต่ถึงเวลานี้ผ่านมา 4 ปีเข้าไปแล้ว ฟอร์มของปีกจรวดรายนี้ยังคงลุ่มๆดอนๆ  และเพิ่งจะได้ลงเป็นตัวจริงไปเพียงแค่ 3 นัดเท่านั้นในฤดูกาลนี้

กองกลาง : โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ (อาร์เซนอล)

        เอลเนนี่ เล่นได้อย่างสุดยอดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว หลังย้ายมาจาก บาเซิ่ล และคาดว่าจะได้เป็นตัวหลักให้กับทีมในฤดูกาลนี้ แต่การที่ เวนเกอร์ ไปดึง กรานิต ชาก้า เข้ามาเสริมทัพอีกคน นั่นทำให้ดาวเตะจาก อียิปต์ รายนี้ต้องนั่งสำรองยาวเลยทีเดียว และทีมงานSBOBET เพิ่งจะได้เห็นหน้าเขาในเกมที่พบกับ ลิเวอร์พูล นั่นแหละ

กองกลาง: เชส ฟาเบรกาส (เชลซี)

        นับตั้งแต่  อันโตนิโอ คอนเต้ เข้ามาคุมทัพในถิ่น สแตมฟอร์ดบริดจ์ นั่นทำให้ ฟาเบรกาส นั้นแทบจะไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลย และตกเป็นตัวสำรองของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และ เนมานญ่า มาติช ไปแบบถาวร  และทีมงานSBOBET เชื่อว่าอนาคตอันใกล้ของดาวเตะวัย 29 ปี รายนี้จะได้ย้ายออกจากทีมแน่นอน

กองหน้า: โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (อาร์เซนอล)

        ฤดูกาลนี้ เวนเกอร์ ปรับทีมโดยการใช้ อเล็กซิส มายืนในตำแหน่งหน้าเป้า ทำให้ ชิรูด์ ที่ก่อนหน้านี้เคยได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงมาโดยตลอด แต่ก็ไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ดีพอ ต้องตกมาเป็นตัวสำรองในฤดูกาลนี้  และทีมงานSBOBET คิดว่าหากว่าเขาหวังที่จะกลับมายึดตัวจริงอีกครั้ง เมื่อได้รับโอกาสลงสนามควรทำผลงานให้ดีกว่าเดิม

กองหน้า: มิชี่ บาตชัวยี (เชลซี)

        บาตชัวยี นั้นได้รับการคาดหมายว่าจะเข้ามาเป็นกองหน้าตัวจริงของทีมแทนที่ ดีเอโก้ คอสต้า ในฤดูกาลนี้ หลังจากฟอร์มอันน่าผิดหวังของ ดาวเตะทีมชาติสเปน เมื่อฤดูกาลก่อน แต่จากการที่ คอสต้า นั้นกลับมาคืนฟอร์มเก่งอีกครั้ง ทำให้ ดาวยิงทีมชาติ เบลเยี่ยม นั้นยังแทบไม่ได้รับโอกาสลงสนามเท่าที่ควร และเจ้าตัวอาจะถูกปล่อยตัวออกไปให้ทีมอื่นยืมใช้งานในช่วงตลาดซื้อขายเปิดรอบ 2 ในเดือน ม.ค. นี้

หงส์แดงได้ลุ้นแชมป์?

           สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมงานSBOBET ได้ชมศึกลูกหนัง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งนับว่าเป็นสัปดาห์ที่ทีมยักษ์ใหญ่ทั้งหลายนั้น ต่างระเบิดฟอร์มเก่งกันแทบทุกทีมอย่างพร้อมเพรียงนะครับ

           ไล่จาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ยังคงรักษาสถิติชนะรวด 100 เปอร์เซ็นต์ หลังบุกไปเอาชนะ สวอนซี 3-1 รั้งจ่าฝูงแบบยาวๆ

           ขณะที่ “ปีศาจแดง”  แมนฯ ยูฯ ก็คืนฟอร์มอีกครั้งด้วยการถล่ม  แชมป์เก่า เลสเตอร์ ซิตี้  4-1 ต่อด้วย “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่ซัลโว ฮัลล์ ไปแบบเละเทะ 5-1 ปิดท้ายด้วยอาร์เซน่อล ฉลอง 20 ปีให้ อาร์แซน เวนเกอร์ จัดเชลซีไป 3-0146405-20160924230753840412

           วันนี้ทีมงานSBOBET  จะขอกล่าวถึง “หงส์แดง” ซักหน่อย หลังระเบิดฟอร์มมาหลายนัดติดต่อกัน จนกลับมาสู้เส้นทางที่ควรจะเป็นครั้ง พร้อมกับยังสร้างสถิติยิงประตู 24 ลูกจาก 8 นัดแรกในทุกรายการมากที่สุดนับตั้งแต่เคยยิงได้ถึง 34 ประตูเมื่อซีซั่น1895-96 สมัยที่ “หงส์แดง” คุมทัพโดย วิลเลี่ยม เอ็ดเวิร์ด บาร์เคลย์ และ จอห์น แม็คเคนน่า

           เกมล่าสุดที่เจอ ฮัลล์ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือเฮฟวี่เมทัล ได้ปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นในเกมนี้ด้วยการใช้ ลอริส คาริอุส ขวัญใจแม่ยกสาวกหงส์สาว ทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ ลงต่อเนื่องไปเลยหลังจากสัมผัสเกมกับดาร์บี้ เคาน์ตี้ไปแล้ว อีกหนึ่งคนคือเซนเตอร์แบ็กเลือกใช้ รักนาร์ คลาวาน ยืนกับ โฌแอล มาติป ที่เหลือเหมือนเดิม ทั้งแบ็กสองข้าง เจมส์ มิลเนอร์, เนธาเนียล ไคลน์

           ชุดแดนกลาง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่มีความมั่นใจมากขึ้นกว่าเดิมทำงานกับ อดัม ลัลลาน่า และ จินี่ ไวนัลดุม ที่ยึดตัวจริงสบายๆ และข้างหน้าสามคน ไม่มีที่ว่างให้ทั้ง แดเนียล สเตอริดจ์, โอริกี้ กระทั่ง แดนนี่ อิงส์ กลายเป็นสามประสานแนวรุกที่ลงตัวกว่าทั้ง มาเน่, คูตินโญ่ และ ฟีร์มีโน่

           แผนการเล่น 4-3-3 ของ คลอปป์ รับมือฮัลล์ ซิตี้ ที่เพิ่งโดนอาร์เซน่อลถล่ม 4-1 และผจก.ชั่วคราวอย่าง ไมค์ ฟีแลน ยังไม่ได้รับการเซ็นสัญญาแบบถาวร รอต่อไป รอดูผลงานต่อเนื่อง ปรากฏว่าเกมนี้มาแอนฟิลด์ ในวันเกิดของตัวเองวัย 54 ปี ผลก็อย่างที่ทราบคือเละครับ

Liverpool's German manager Jurgen Klopp applauds the fans after the final whistle after the English League Cup third-round football match between Derby County and Liverpool at iPro Stadium in Derby, central England on September 20, 2016. Liverpool won the game 3-0. / AFP / PAUL ELLIS / RESTRICTED TO EDITORIAL USE. No use with unauthorized audio, video, data, fixture lists, club/league logos or 'live' services. Online in-match use limited to 75 images, no video emulation. No use in betting, games or single club/league/player publications.  /         (Photo credit should read PAUL ELLIS/AFP/Getty Images)

           ลิเวอร์พูลภายใต้แนวคิดการเล่นของ คล็อปป์ คือการรุมกดดันแย่งบอล หรือศัพท์โค้ช เพรสซิ่งในแดนหน้า คุมการเล่นเอาไว้เหมือนนัดที่พบกับเบิร์นลี่ย์ นั่นแหละครับ ถ้า ฮัลล์ ขึ้นบอลก็จัดการตะลุยแย่งบอลเพื่อเอามาครอบครองแล้วบุก  ถ้าบุกแล้วเสียบอล พื้นที่ไหน พื้นที่นั้นทุกคนจะไม่ปล่อยปละละเลย แท็กติก 3-4 คนรุมบีบจนคู่แข่งเสียบอลกลับมาให้หงส์บุกต่อ

        จุดนี้ทำได้ดี และดูเหมือนนักเตะเริ่มเข้าใจแนวคิดการเล่นของโค้ชและนำไปใช้ในสนามได้ผล การเล่นตามแผนนี้แล้วจบด้วยการยิงประตูกรอบเขตโทษ นั่นคือสิ่งที่เด็กหงส์ชุดนี้ต้องมี ซึ่งเกมรุกนั้นตอนนี้ไม่มีคำถามเรื่องวิธีการแล้วเพราะทำได้ดี เห็นผล แต่ต้องเล่นแบบนี้ให้ได้ทุกนัด หรือมีผลงานแบบนี้ไปเรื่อยๆ

           ถามว่า 6 นัดผ่านไป “หงส์แดง” มีคุณสมบัติลุ้นแชมป์หรือยัง ทีมงานSBOBET  ขอบอกเลยว่าหากเล่นแบบนี้มีโอกาสที่จะเบียดแย่งกับ ทีมยักษ์ใหญ่ ทีมอื่นๆแน่นอน  แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความต่อเนื่องนับจากนี้และอีกหลายๆที่กำลังจะคลืบคลานเข้ามา สองสามเดือนแรก, ครึ่งฤดูกาลแรก, ช่วงบ็อกซิ่งเดย์, ช่วง มีนาคม และช่วงท้ายฤดูกาล  มันยังมีอีกหลายเกมที่ต้องพิสูจน์ ฟอร์มหงส์แดงว่าจะรักษาได้ต่อเนื่องและเฉียบขาดแค่ไหน

          หากใครจำได้ เกมที่พบกับเบิร์นลี่ย์ ยังตามมาหลอกหลอนอยู่ เกมรับที่ยังเปราะบาง พลาดง่ายเสียง่าย แม้โดยภาพรวม มาติป กับ คลาวาน รวมทั้ง ลอฟเรน เริ่มจะทำให้แฟนบอลอุ่นใจได้บ้าง แต่ผมคิดว่ากองหลังลิเวอร์พูลยังไม่ปึ้กหรือรัดกุมมากอย่างที่จะไว้วางใจได้

            แต่เวลานี้สิ่งที่แก้การเสียประตู คือเกมรุกที่ยิงประตูอย่างได้มากจนช่วยปกปิดสิ่งนี้ได้ แต่มันเป็นเรื่องธรรมชาติและความจริงของบอลลีกที่หวดกัน 9 เดือน ซึ่งเป็นเรื่องยากที่ทีมใดจะทำผลงานแบบนี้ไปทั้งฤดูกาล

           ทีมงานSBOBET มองว่าถึงเวลานี้อยากให้ตั้งความหวังเอาไว้แค่อันดับ 4 ลุ้นไปแชมเปี้ยนส์ลีกเหมือนเดิม มันยังมีแมตช์แข่งขัน ช่วงเวลาที่ต้องพิสูจน์ตัวเองอีก โดยเฉพาะเดือนตุลาคมมีศึกแดงเดือด มันคือเกมใหญ่ เกมที่สู้ด้วยแท็กติก รายละเอียด รวมทั้งจิตวิทยาของนักเตะในเกมรอให้พิสูจน์ผลงาน แต่ถ้าหลังจากนั้นผลงานยังคงเส้นคงวามันจะพาไปถึงสิ่งที่เหนือกว่าจุดที่เราตั้งไว้เอง ยกตัวอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ฤดูกาลที่แล้ว ที่ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ทำทีมแบบลุ้นกันนัดต่อนัดไป สุดท้ายก็สร้างประวัติศาสตร์ได้สำเร็จและใครจะไปรู้เมื่อถึงเวลานั้น “หงส์แดง” ยังดีจริง การรอคอยที่แสนยาวนานก็อาจจะถึงเวลาสิ้นสุดลงเสียที