เปิดใจ“สมยศ”กับอนาคตฟุตบอลไทย

 

ภายหลังจากที่ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ต้องอกหักตกรอบ ฟุตบอลชาย ในศึก เอเชียนเกมส์ ในรอบแบ่งกลุ่ม ไปแบบเจ็บปวด ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี ที่ทีมมีอันต้องร่วงตกรอบไป  ทีมงานSBOBET เชื่อว่าแฟนบอลไทยทั้งประเทศ คงอยากทราบถึงอนาคตลุกหนังไทยนับจากนี้ไป

ล่าสุด พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดใจเกี่ยวกับการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ รวมไปถึงการเตรียมทีมสู่ปรีโอลิมปิกในอนาคต ซึ่งฝ่ายพัฒนาเทคนิคได้มีการวางแผนระยะยาว ในการเตรียมทีมสู่รอบคัดเลือกของรายการชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 18-26 มีนาคมปีหน้า เพื่อหา 16 ทีมของทวีปในการแย่งชิงโควตาไปโอลิมปิกส์ 2020 ณ ประเทศญี่ปุ่น

“การพัฒนากีฬาฟุตบอล หรือการพัฒนากีฬาทุกประเภท จะต้องพัฒนาอย่างเป็นระบบและทุกมิติ ซึ่งระยะเวลา 2 ปี เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่จะพัฒนาฟุตบอลไทยไปสู่ความเป็นเลิศ อย่างทีมชุดที่ส่งไปแข่งขันเอเชียนเกมส์ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของประธานเทคนิค วิทยา เลาหกุล และเฮดโค้ช วรวุธ ศรีมะฆะ เราจึงเปิดโอกาสให้นักเตะที่อายุต่ำกว่า 23 ปี เลือกที่จะไม่ใช้เอานักเตะอายุเกินเล่น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับปรีโอลิมปิก”

นายกลูกหนังไทย กล่าวต่อไปว่า เอเชียนเกมส์ ไม่ใช่ฟีฟ่าเดย์ ทำให้ไม่สามารถเรียกนักเตะจากสโมสรได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แม้เราจะมีการพักเบรคเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่สโมสรก็ตาม ทำให้ทีมนี้จึงเป็นทีมที่ยังไม่พร้อมสมบูรณ์เต็มร้อย นอกจากนี้นักกีฬาสังกัดสโมสรมีอาการบาดเจ็บไม่สามารถรวมตัวฝึกซ้อมด้วยกันได้ ถือว่าต่างจากฟุตบอลหญิง ที่ก่อนจะเดินทางไปแข่งขันเอเชียนเกมส์ ได้มีการเตรียมความพร้อม มีการเก็บตัวตลอดมาทั้งปี สมาคมฯ ส่งไปเก็บตัวที่ประเทศออสเตรเลีย ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศญี่ปุ่น จะเห็นว่าผมพยายามทำให้ดีที่สุดกับทีมชาติทุกชุด ตามเงื่อนไขที่อำนวยตลอดช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา”

“ที่ผ่านมาสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ทำงานอย่างเป็นระบบ เมื่อมอบหมายให้ใครรับผิดชอบทำอะไร คนนั้นก็ต้องรับผิดชอบทำหน้าที่นั้นๆ อย่างในเอเชี่ยนเกมส์ ก่อนที่ จะเดินทางไปแข่งขันรายการนี้ ทั้งทีมฟุตบอลชาย และทีมฟุตบอลหญิง ผมได้มีการพูดคุยกันว่า ทุกคนไปทำหน้าที่แทนคนไทย สิ่งที่จะต้องทำคือมีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจ และทุ่มเท ให้ดีที่สุด ต้องสร้างรอยยิ้ม สร้างผลงานที่ดี ให้กับแฟนบอลชาวไทย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้บอกว่าจะต้องไปให้ถึงจุดนั้นจุดนี้ เพราะมั่นใจว่าสตาฟฟ์โค้ช ทีมงานและน้อง ๆ ทุกคนไม่อยากให้ทีมแพ้ เป็นเรื่องที่ทุกคนเป็นมืออาชีพ มีเกียรติศักดิ์ศรี เพื่อตระกูล และประเทศไทย”

ในส่วนของแฟนบอลนั้น “บิ๊กอ๊อด” เผยใจกับ ทีมงานSBOBET ว่า ผมวอนแฟนบอลอย่าดูเพียงผลแพ้ ชนะ ผมเข้าใจแฟนบอลทุกคน แต่เมื่อมีความคาดหวัง ต้องมีความผิดหวัง ลองย้อนกลับไปมองทีมชาติเยอรมนี เป็นอดีตแชมป์โลก ยังตกรอบแรกการแข่งขันฟุตบอลโลกได้ เรื่องนี้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จะทำอะไรต่อจากนี้ต้องอยู่บนหลักการและเหตุผล ผมมองว่าการเปลี่ยนโค้ชไม่ใช่ทางออก คือหลังจากที่ทุกคนทำหน้าที่เสร็จสิ้น กลับมาต้องคุยกัน สรุปสิ่งที่เกิดขึ้น ปัญหาอุปสรรคว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพื่อหาแนวทางแก้ไข แล้วค่อยสรุปกันอีกที ต้องคุยด้วยเหตุและผล เราไม่เคยตัดสินโดยการฟังกระแส หรืออคติใดๆ เราจะต้องฟังเหตุผลก่อนตัดสินใจ ส่วนโค้ชคนไหนจะพิจารณาหรือมีความเห็นหรือจะดำเนินการใดๆ เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา จะเห็นว่าที่ผ่านมาเราไม่เคยสั่งปลดโค้ช ไม่เคยสั่งเปลี่ยนโค้ช มีแต่เรียกเข้ามาชี้แจง เว้นแต่โค้ชบางคนไม่ยอมเข้ามาชี้แจง แต่ชิงลาออกไปก่อน

นายกบอลไทย ยืนยันว่า แฟนบอลส่วนใหญ่เข้าใจ ผมทราบดีว่าในสังคมโซเชียลมีทั้งหวังดีและไม่หวังดี อย่างไรก็ตามผมจะทำอะไรก็แล้วแต่จะยืนอยู่บนหลักข้อมูลและเหตุผล ไม่ใช่เมื่อจบรายการแข่งขันทุกรายการจะต้องปลดโค้ช เปลี่ยนโค้ช มันไม่ใช้เรื่องที่เราทำด้วยความรู้สึกหรือทำตามกระแส ผมไม่ได้ปกป้อง คุณวิทยา หรือ คุณวรวุธ ไม่ได้ปกป้องทีมงาน และนักกีฬา แต่เป็นหลักการทำงานของผม ผมพร้อมชี้แจงการทำงาน ตลอดระยะเวลา 2 ปี เพราะฉะนั้นวันนี้บอกเลยว่ายังไม่คิด หรือตัดสินใจใดๆ ทั้งสิ้น ตราบใดที่ยังไม่ได้ฟังเหตุผลจากโค้ชทีมงานผู้ฝึกสอน หรือนักกีฬาก่อน ผมเชื่อว่าแฟนบอลส่วนใหญ่มีเหตุผลและวิจารณญาณ

ชี้ชะตา!ช้างศึกลั่นขอมีแต้มบู๊อิรัก-“สมยศ”ยันยังไม่ต่อสัญญา”ซิโก้”

ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ชุดสู้ศึก ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย ที่จะลงสนามในเกมที่ของ กลุ่มบี บุกไปเยือนทีมชาติ อิรัก ที่สนาม ปาส สเตเดียม กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ในวันอังคารที่ 11 ตุลาคม 2559 เวลา 19.30 น. ช่อง 7 สีถ่ายทอดสด

สำหรับผลงานของทีมชาติไทย ในรอบ 12 ทีมสุดท้าย ทั้ง 3 นัดที่ผ่านมา ปรากฏว่ายังไม่สามารถเก็บคะแนนได้แม้แต่แต้มเดียว เริ่มจาก บุกไปพ่าย ทีมชาติ ซาอุดิอาระเบีย 0-1 ก่อนจะเปิดรังราชมังคลากีฬาสถาน แพ้ ทีมชาติ ญี่ปุ่น 0-2  ตามด้วยบุกไปพ่าย ทีมชาติ สหรัฐอาหรับ เอมิเรตท์ (ยูเออี) 1-3 ทำให้เวลานี้ยังรั้งอันดับสุดท้ายของกลุ่มบี 

ล่าสุด “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือของทีมได้เปิดเผยถึงความพร้อมในเกมนี้กับ ทีมงานSBOBET โดยเผยว่า“ก่อนอื่นก็ต้องแสดงความยินดีสำหรับทุกคนที่อยู่ที่นี่ เพราะเกมพรุ่งนี้ทุกคนจะได้ชมเกมที่สนุก เพราะทั้งสองทีมนั้นยังไม่มีแต้ม ทีมชาติอิรักชุดนี้ค่อนข้างลงตัว เพราะเป็นทีมชุดใหญ่กับชุดโอลิมปิกผสมกัน ส่วนของไทยเรา นั้นถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้ผ่านเข้ามารอบนี้อีกครั้งในรอบหลายปี ซึ่งในรอบก่อนหน้านี้เราเจอ อิรัก มา 2 ครั้ง และเสมอมาทั้ง 2 ครั้ง เพราะฉะนั้นเกมนี้เราหวังแต้มจากอิรัก”

“จริงๆแล้ว เราเล่นมา 3 เกม กับ ซาอุฯ, ญี่ปุ่น ,ยูเออี ซึ่งเราสามารถทำผลงานได้ดีในระดับหนึ่ง ส่วยอิรัก เรามองว่าพวกเขาก็เล่นได้ดีมาเช่นกัน ฉะนั้นเราไม่ได้มองถึงแค่ผลแพ้ชนะ แต่เรามองไปถึงวิธีการรูปแบบแท็กคิกของ อิรัก ที่ดีกว่าเดิม ฉะนั้นเรายังให้เกียรติอิรัก ว่ายังเหนือกว่าเรา และเราจะไม่ประมาท พร้อมกับจะทำให้ดีที่สุด เพราะเราต้องการเล่นเพื่อแฟนบอล และศักดิ์ศรีของประเทศซชาติ”

พร้อมกันนี้ ทีมงานSBOBET  ก็ได้มีการสอบถามว่านักเตะของ อิรัก คนใด ที่อันตรายที่สุด ซึ่งกุนซือทีมชาติไทย เผยว่า “อันที่จริงนักเตะของอิรัก ค่อนข้างโดดเด่นเกือบทุกคน โดยเฉพาะ อาลี อัดนาน ปีกตัวเก่งจาก อูดิเนเซ่ เจ้าของฉายา แกเร็ธ เบล แห่งเอเชีย แม้พวกเขาจะไร้ ยูเนส มาร์มูด แต่แน่นอนฟุตบอล อะไรก็เกิดขึ้นได้ ซึ่งขอยืนยันอีกครั้งว่าเราต้องการแต้มในเกมนี้เพื่อตอบแทนแฟนบอล”

สำหรับเกมนี้ ทีมงานSBOBET  ได้รับรายงานมาว่า ทีมชาติไทย จะใส่ชุดสีน้ำเงินทั้งชุด ลงสนาม ส่วนอิรักใส่สีขาว ซึ่งผู้ตัดสินเกมนี้ จะมาจากประเทศจีน โดยสถิติที่ทั้งคู่พบกันมาทั้งหมด 14 ครั้ง ตลอดระยะเวลา 44 ปีที่ผ่านมา ไทย ชนะ 2 ครั้ง เสมอ 5 ครั้ง และแพ้ 7 ครั้ง ยิงได้ 16 เสีย 36 ประตู แต่รับตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย.2001 หรือเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ทีมชาติไทยไม่เคยแพ้ ทีมชาติอิรัก โดยพบกัน 6 ครั้งหลังหลังสุด ไทยชนะ 2 ครั้ง เสมอ 4 ครั้ง

ทางด้าน “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้เผยถึงเรื่องสัญญาของสมาคมฯ กับ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชุดใหญ่ เรื่องการจะส่งทีมชุดไหนเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลรายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016 ในช่วงปลายปีนี้ รวมถึงเรื่องสัญญาของเจ้าตัวที่จะหมดลงในเดือน พ.ค. ปีหน้า 

โดย บิ๊กอ๊อด เผยกับ ทีมงานSBOBET  ว่าเรื่องสัญญาของ “ซิโก้” ที่มีกับสมาคมฯ จะหมดลงในเดือนพฤษภาคมปีหน้า ขอให้ซิโก้ทำหน้าที่ก่อนนะครับ เราอย่าเพิ่งไปคุยเรื่องเหล่านี้เลย หากหมดสัญญา 1 ปีแล้วเราต้องมาคุยกัน เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนมีอิสระในการตัดสินใจ

“ในการเซ็นสัญญา ถ้าเราเซ็นสัญญาระยะยาวผมมองว่าจะเป็นการผูกมัดกับตัวโค้ชเองและเป็นการผูกมัดกับสมาคมฯ ด้วย ฉะนั้น ผมมองว่าสัญญา 1 ปีเป็นช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม ในประเทศที่เขาเจริญแล้วถึงแม้เขาจะเซ็นสัญญากันในระยะยาว 3 ปี แต่เขาจะมีข้อต่อท้ายสัญญาว่า หากผลงานไม่ดีจะให้สัญญานี้สิ้นสุดไปโดยปริยาย ตรงนี้ผมยกตัวอย่างให้ฟัง ไม่ได้หมายความว่าผมจะไปใช้กับ “ซิโก้” นะครับ

ส่วนในเรื่องของ ฟุตบอลรายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016 ที่สื่อตั้งคำถามกันว่าจะใช้ทีมชุดใหญ่แข่งขันหรือไม่นั้น ถ้าเห็นว่าเป็นความเหมาะสมที่จะส่งชุดใหญ่เราก็จะส่งชุดใหญ่ไปแข่งขัน แต่ถ้าเห็นว่าไม่เหมาะสมเราก็จะส่งชุดอื่นไปหาประสบการณ์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์วันนั้นมาถึงก่อนว่า ควรจะส่งชุดไหนแล้วเราจะตัดสินใจอีกที