เทพนิยายบทใหม่กับโปรตุเกสแชมป์ยูโร

เทพนิยายบทใหม่กับโปรตุเกสแชมป์ยูโร

                    ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ ศึกลูกหนังชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ยูโร 2016 หลังฟาดแข้งกันมาเต็มที่กว่า 1 เดือนเต็ม ที่หวดตะบันกันมาถึง 51 แมตช์การแข่งขัน ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกที่มีการแข่งขันเยอะขนาดนี้ เนื่องจากเป็นครั้งนี้มีการเพิ่มทีมจาก 16 ชาติ เป็น 24 ชาติ ในรอบสุดท้ายนั่นเอง ก็เรียกว่าชมกันไปแบบลืมวันลืมเวลากันไปเลยทีเดียว 

fbke8e9b9dgkfaii775ea4

                    ซึ่งในที่สุดบทสรุปตำแหน่งแชมป์ของฟุตบอลยูโร 2016 ก็ตกเป็นของ ทัพ “ฝอยทอง” ทีมชาติ โปรตุเกส ที่ประกาศศักดาคว้าแชมป์รายการนี้ไปครองได้แบบพลิกความคาดหมายสุดๆ หลังสร้างผลงานมาสเตอร์พีซด้วยการ คว่ำ “ตราไก่” ฝรั่งเศส เจ้าภาพ 1-0 ทำให้พวกเขาคว้าแชมป์ ระดับเมเจอร์รายการแรกในประวัติศาสตร์ สำหรับระดับทีมชาติชุดใหญ่อีกด้วย

                    ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยทำได้ดีที่สุดแค่อันดับ 3 ในฟุตบอลโลกเมื่อปี 1966 และการได้แค่รองแชมป์ในยูโร 2004 เมื่อ12 ปี ที่แล้วซึ่งตัวเองเป็นเจ้าภาพ โดยครั้งนั้นแฟนบอลโปรตุเกส นั้นต้องช็อกกันไปทั่วประเทศหลังพ่ายให้กับ กรีซ ในรอบชิงไป 0-1 ไปแบบเจ็บปวดที่ต้องรู้

                    สำหรับผลงานของ โปรตุเกส ในยูโรครั้งนี้  นั้นผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาแบบกระท่อนกระแท่น ด้วยการเป็นอันดับสามของกลุ่มเอฟ จากผลงานเสมอ 3 นัด และไม่ชนะใครเลย ตามด้วยในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ต่อเวลาพิเศษชนะโครเอเชีย 1-0 ก่อนที่ในรอบ 8 ทีม จะดวลจุดโทษชนะ โปแลนด์ ก่อนที่ในรอบรองชนะเลิศจะชนะใน 90 นาทีเป็นนัดแรกของทัวร์นาเมนต์ ด้วยการชนะเวลส์ 2-0  จนกระทั่งในรอบชิงที่ต่อเวลาชนะฝรั่งเศส 1-0 คว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ

                    ฟุตบอลของ โปรตุเกส จะว่าไปก็เป็นที่ยอมรับมาช้านานไม่น้อยนับตั้งแต่ความยิ่งใหญ่ของ เบนฟิก้า ในฟุตบอลถ้วยยุโรปใบใหญ่ในช่วงทศวรรษที่ 60 เรื่อยมาจนถึง ปอร์โต้ ในทศวรรษที่ 80 ต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน อย่างไรก็ดีกับความสำเร็จของทีมชาติระดับชุดใหญ่นี้ ถือเป็นเรื่องที่น่าน้อยใจไม่น้อยสำหรับพวกเขาที่ต้องรอวันที่จะได้ประกาศศักดาว่าตัวเองก็ไม่ได้น้อยหน้าใครเช่นกัน

                    ทีมงาน sbobet  ขอพูดถึงเกมการแข่งขันในรอบชิงกันซักหน่อย ต้องบอกว่าบรรยากาศภายในสนาม สต๊าด เดอ ฟรองซ์ นั้นแน่นอนว่า มีแฟนบอล “เลส์ เบลอส์” เข้ามาชมการแข่งขันมากกว่าอย่างแน่นอนในฐานะเจ้าภาพ แต่เมื่อการแข่งขันนั้นเริ่มจริงๆ 

                    ปรากฏว่า มีการเช็คเสียงเชียร์แฟนบอล กลายเป็นทัพโปรตุเกส ที่มีเสียงเชียร์ระหว่างการแข่งขันสูงกว่าถึง 103.10 เดซิเบล ขณะที่แฟนบอลเจ้าบ้านวัดเสียงได้เพียง 96 เดซิเบลเท่านั้น  ก็เรียกว่านี่คงเป็นแรงกระตุ้นชั้นดีให้ทีมที่เป็นรองทุกกระบวนท่าอย่างทัพ “ฝอยทอง” เลยที่เดียว

TOPSHOT - Portugal's forward Cristiano Ronaldo reacts as medics arrive on the pitch during the Euro 2016 final football match between France and Portugal at the Stade de France in Saint-Denis, north of Paris, on July 10, 2016. / AFP PHOTO / FRANCK FIFE

                    สำหรับเกมนี้อย่างที่เรากันดีว่าเริ่มเกมมาเพียง 16 นาที เรื่องไม่คาดฝันของ โปรตุเกส ก็ต้องเกิดขึ้น  เมื่อ คริสติอาโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์กัปตันทีมนั้นได้รับบาดเจ็บ จากการโดน ดิมิทรี ปาเยต์ ดาวเตะ”ตราไก่” เข้าปะทะโดนจุดบริเวณหัวเข่า  ซึ่งแม้ว่าจะ ดาวเตะวัย 31 ปี ที่ออกจากสนามไปทั้งน้ำตา จะพยายามลุกสู้กลับมาเล่นต่อถึง 2 ครั้ง แต่ในที่สุดเจ้าตัวก็ไม่ไหวและต้องให้ทีมแพทย์สนามเข้ามาหามขึ้นเปล พาออกจากสนามพร้อมกับน้ำตาแห่งความผิดหวังทันที พร้อมกับฝากฝังให้ หลุยส์ นานี่ น้องรักสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมแทนด้วยความหวังของคนทั้งชาติ   

                    แต่เชื่อหรือไม่ช่วงเวลาที่เหลือที่ โปรตุเกส นั้นต้องขาดแม่ทัพอย่าง โรนัลโด้ กลับทำให้แข้ง โปรตุกีส มีแรงจูงใจที่จะทำเพื่อลูกพี่อย่าง โรนัลโด้  ที่ต้องคอยเชียร์เขาอยู่ข้างสนามแบบถวายหัว ซึ่งถึงแม้ว่าทัพ “ตราไก่” ที่ครองบอลได้มากกว่า แต่ในแดนหน้านั้นแทบจะหาความคมไม่ได้ ก็ไม่สามารถทำประตูได้ผ่านมือ รุย ปาตริซิโอ นายทวาร “ฝอยทอง” ได้ ก่อนที่จะจบ 90 นาที เสมอกัน 0-0 และต้องต่อเวลาพิเศษออกไป 30 นาที

                    และในช่วงต่อเวลาพิเศษนี้นี่เอง เชื่อเหลือเกินว่าถึงเวลานั้นทุกคนต่างเชื่อกันว่าเกมนี้จะต้องจบด้วยการดวลจุดโทษอย่างแน่นอน แต่แล้วในนาทีที่ 110 สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อ เอแดร์ ที่ถูกส่งมาลงสนามแทน  เรนาโต้ ซานเชส ในนาที 80 ก็แผลงฤทธิ์เมื่อเขาลากบอลหนี โลรองต์ กอสซิแอลนี่ ก่อนจะซัดเสียบเสาแรกผ่านมือ ฮูโก้ ยอริส นายทวารกัปตันทีม “ตราไก่” เข้าไปอย่างสวยงาม

                    และนั่นก็ทำให้คำนิยามของ ยูโร ที่ว่า ในทุก 12 ปี จะเกิดเทพนิยายแชมป์ทีมใหม่ขึ้นทุกครั้ง ยังคงขลังอยู่เช่นเคย เริ่มจาก เดนมาร์ก ในปี 1992 ,กรีซ ในปี 2004 และล่าสุด โปรตุเกส ก็ทำสำเร็จเมื่อกลายเป็นแชมป์ทีมใหม่ล่าสุด ในปี 2016 นั่นเอง 

                    ทีมงาน sbobet  ก็ขอยินดีกับ โปรตุเกส ด้วยจริงๆที่ฟันฝ่าอุปสรรคจนมาถึงแชมป์ เกมรอบชิงเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จะอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของประเทศจากยุโรปใต้ ชาตินี้อย่างมิต้องสงสัย ซึ่งนิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า แพ้วันนี้ อาจเป็นผู้ชนะในวันข้างหน้าได้ ถ้าเราพยายามมากพอ ไม่ต้องมองที่ไหนไกลครับ

โปรตุเกส ในยูโรครั้งนี้นี่แหละตัวอย่างที่ดีที่สุด