“อเกวโร่”ขึ้นชั้นตำนานดาวยิงแมนฯซิตี้

           เรียกว่ากลายเป็นตำนานดาวยิง ของทัพ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  สำหรับเซร์คิโอ “กุน” อเกวโร่ ดาวยิงทีมชาติอาร์เจนตินา หลังขึ้นแท่นอันดับที่ 6 ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยการพังประตูรวมทุกรายการไปแล้ว 150 ประตู

           ซึ่งหากย้อนกลับไปดูต้องบอกว่านานมาแล้วที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไร้ดาวซัลโวแบบ อเกวโร่ วันนี้ ทีมงาน SBOBET จะพามาย้อนดูสถิติดาวซัลโว 6 อันดับแรก ของสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กันว่ามีใครบ้าง

1. เอริค บรู๊ค (Eric Brook) 177 ประตู

            นักเตะทีมชาติอังกฤษ เกิด 27/11/1907 เสียชีวิตเมื่อ 29/03/1965 อายุ 57 ปี เล่นตำแหน่งปีกซ้าย เป็นตำนานดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลจนถึงปัจจุบันของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยิงไป 177 ประตู เล่นให้ต้นสังกัดเรือใบสีฟ้า ปี 1928-1939

2. ทอมมี่ จอห์สัน (Tommy Johnson) 166 ประตู

            นักเตะทีมชาติอังกฤษ เกิด 19/08/1900 เสียชีวิตเมื่อ 28/01/1973 อายุ 72 ปี เล่นตำแหน่งกองหน้า ยิงไป 166 ประตู เล่นให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปี 1919–1930

3. โคลิน เบลล์ (Colin Bell) 153 ประตู

            นักเตะทีมชาติอังกฤษ เกิด 26/02/1946 อายุ 70 ปี เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ ทำประตูไป 153 ประตู เล่นให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปี 1966–1979

4. โจ เฮย์ส (Joe Hayes) 152 ประตู

           นักเตะชาวอังกฤษ เกิด 20/01/1936 เสียชีวิตเมื่อ 04/02/1999 อายุ 63 ปี เล่นตำแหน่งหน้าเป้า ทำประตูไป 152 ประตู เล่นให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปี 1953-1965

5. บิลลี่ เมเรดิธ (Billy Meredith) 152 ประตู

           เป็นซูเปอร์สตาร์วงการลูกหนังในยุคแรก ได้รับรางวัลเกียรติยศมากมายจากการค้าแข้ง เป็นนักฟุตบอลยุคแรกที่ได้รับฉายาปีกพ่อมด เกิด 30/07/1874 เสียชีวิตเมื่อ 19/04/1958 อายุ 83 ปี เล่นให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปี 1894–1906 จากนั้นย้ายไปเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่ปรับร่วมเมือง 2 ช่วงปีด้วยกัน ช่วงแรก ปี 1907–1915 และช่วงที่ 2 ปี 1919–1921 จากนั้นกลับมาเล่นให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้อีกครั้งในปี 1921–1924 ทำประตูให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ไป 152 ประตู

6. เซร์คิโอ อเกวโร่ (Sergio Agüero) 150 ประตู

          เซร์คิโอ อเกวโร่ หรือ กุน อเกวโร่ เกิดวันที่ 02/06/1988 นักเตะทัพฟ้า-ขาว อาร์เจนตินา อายุ 28 ปี สตาร์ดังของทีมเรือใบสีฟ้าในปัจจุบัน ซึ่งเป็นที่ถูกจับตามองจากสโมสรดังทั่วยุโรป หมายดึงไปร่วมทีม

           กุน อเกวโร่ เป็นผู้ทำประตูชัยพาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษสมัยที่ 3 ภายใต้ชื่อพรีเมียร์ลีกสมัยแรก ฤดูกาล 2011-2012 ปาดหน้าคู่แข่งร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่คะแนนเท่ากันแต่ลูกได้เสียเป็นรองไปอย่างเจ็บแสบ

            กุน อเกวโร่ ย้ายจากสโมสร แอตเลติโก มาดริด มาร่วมทัพเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปี 2011 ปัจจุบันนี้ เขาพังประตูให้สโมสรต้นสังกัดไปแล้ว 150 ประตู ขึ้นแท่นอันดับที่ 6 ดาวซัลโว และแน่นอนว่าเขาไม่หยุดอยู่เท่านี้แน่นอน ขาดอีกเพียง 27 ประตู ชื่อ กุน อเกวโร่ จะถูกจารึกไว้ในฐานะดาวซัลโวสูงสุดตลอดการในประวัติศาสตร์สโมสรทันที ซึ่งดูแล้วก็ไม่น่าจะเกินความสามารถเขา เพียงแต่ 27 ประตูนี้จะใช้เวลาช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง แค่ขอให้เขาได้ลงและไม่โดนสโมสรอื่นดูดไปเสริมทัพซะก่อน เขาก็พร้อมล่าประตูเสมอ

             ซึ่งนับต่อแต่นี้  อเกวโร่ ก็หมายมั่นปั้นมือว่าทำประตูให้ซิตึ้ต่อไปเพื่อจะทะยานขึ้นเป็นดาวยิงเบอร์หนึ่งของซิตี้ งั้น ทีมงานSBOBET จะขอพามาดูกันว่าโมเมนต์ที่มีความหมายสุดๆต่อชีวิตการค้าแข้งของเขามีอะไรกันบ้าง

-นัดประเดิมสนามให้เรือใบสีฟ้า เอลกุนผู้กล้าก็ผงาดขึ้นมาพังประตูสวอนซีทันที

– แฮททริคฮีโร่ สัญชาตญาณการล่าตาข่ายคงอยู่ในสายเลือดของเขาและนี่คือนัดแรกที่เขาทำแฮททริตให้ซิตี้

– อเกวโร่ยิงเพื่อนบ้านคู่กัดในปี 2011 ซึ่งเป็นนัดที่ชาวเรือใบไม่มีวันลืมเมื่อซิตี้ถล่มยูไนเต็ด 6-1

– อเกวโร่ลั่นไกใส่นอริชทันทีที่เขาได้รับบอลจากคาร์ลอส เตเวซ ที่ตอกส้นส่งยบอลมาให้ปี 2012

– ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เมื่ออเกวโร่ยิงคิวพีอาร์ก่อนหมดเวลาและคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก มาครองได้สำเร็จ

– เซอร์จิโอ้โหม่งพิฆาตผ่านปีเตอร์ เชคในเอฟ เอ คัพ รอบเซมิไฟนอลที่เวมบลีย์

– เซอร์จิโอ้ ซัลโวผ่านเดอ เกีย มาได้งดงามในการเริ่มต้นฤดูกาลคว้าแชมป์ 2013/14

– กุนมุ่งมั่นคว้าชัยที่กู้ดดิสัน พาร์ค เพื่อสะสมแต้มสอยแชมป์ลีก

– เขาคือนักล่าตาข่ายที่มักทำประตูสำคัญๆได้เสมอ คราวนี้ที่บาเยิร์น มิวนิก แฟนๆ เรือใบทั่วโลกจดจำไม่ลืมเมื่อเขาทำแฮททริคใส่ยอดทีมฝั่งเยอรมันในปี 2014.

– ถึงเวลาจุดโทษ: อเกวโร่ถูกทำฟาลว์โดยเควิน แทรพ ผู้รักษาประตูพีเอสจี ในนัดที่ซิตี้ผ่านเข้าสู่รอบเซมิ ไฟน่อล แชมป์เปี้ยน ลีก เป็นครั้งแรก

– เอลกุนยิงแสกหน้าใส่โบรุซเซีย มึนเชนกลัดบัค สามเม็ด นี่เป็นการทำแฮททริคครั้งที่สองในรายการแชมป์เปี้ยน ลีก

– โฮมเกมปะทะมิดเดิลสโบรัชในวันเสาร์ที่ 5 พ.ย. 2016 อเกวโร่ได้ทำประตูที่ 150 ให้ซิตี้และเลื่อนขั้นขึ้นไปเป็นดาวยิงเบอร์หกของสโมสร

ทีมแข้งดังสุดอาภัพที่ตกเป็นสำรองในพรีเมียร์ลีก

        ถึงเวลานี้ ศึกลูกหนัง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2016/17 ก็เดินทางมา 1 ใน 4 ของฤดูกาลเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งทำให้ ทีมงานSBOBET  พอจะคาดเดาภาพรวมคร่าวๆของแต่ละสโมสร ได้ในระดับนึง ซึ่งรวมไปถึงสถานการณ์ของนักเตะบางคนอีกด้วย และวันนี้เราจะขอรวบรวมแข้งดังของแต่ละทีมที่ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามในฤดูกาลเป็น 1 ทีมให้ได้ดูว่ามีใครกันบ้าง

ผู้รักษาประตู: อัสเมียร์ เบร์โกวิช (เชลซี)

        แน่นอนว่าก่อนที่ เบร์โกวิช จะย้ายมาเฝ้าเสาในถิ่น สแตมฟอร์ดบริดจ์ เขาคือ 1 ในผู้รักษาประตูที่มีความเหนียวแน่นหนึบสุดๆ และคงเป็นมือ 1 ในทีมระดับกลางๆได้ไม่ยาก แต่เมื่อมาเล่นที่เชลซี นายทวารทีมชาติ บอสเนีย นั้นต้องพบกับงานหนักเมื่อมี  ธิโบต์ กูร์กตัวส์ ขวางทางอยู่

แบ็กขวา: มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน (แมนฯ ยูไนเต็ด)

        จากฤดูกาลที่แล้ว ดาร์เมียน คือขวัญใจเบอร์ 1 ของ ฟานกัล ในตำแหน่งนี้ จนเขาได้ติดทีมชาติ อิตาลี ชุดสู้ศึก ยูโร 2016 ไปด้วย ก่อนที่ฤดูกาลนี้จะมีการเปลี่ยนกุนซือเป็น โชเซ่ มูรินโญ่ และนั่นก็งานเข้าดาวเตะอิตาเลียน รายนี้ทันที เมื่อเขานั้นต้องตกเป็นตัวสำรองของ อันโตนิโอ วาเลนเซีย แบบถาวร และเชื่อว่าเส้นทางของ ดาร์เมี่ยน กับทัพ “ปีศาจแดง” คงใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดเต็มทีและเตรียมได้กลับไปเล่นที่ อิตาลี อีกครั้งในเร็ววันนี้

แบ็กซ้าย: คีแรน กิ๊บส์ (อาร์เซนอล)

        กิ๊บส์ นั้นถูกยกให้เป็นตัวตายตัวแทนของ แอชลีย์ โคล ในช่วงแรก แต่จากการที่เขาต้องพบกับอาการบาดเจ็บที่คอยรบกวนตลอดเวลา นั่นทำให้เขาต้องเสียตำแหน่งตัวจริงให้กับ นาโช่ มอนเรอัล และทำให้เขาได้รับโอกาสลงสนามเฉพาะในฟุตบอลถ้วยเท่านั้นในฤดูกาลนี้ 

เซ็นเตอร์แบ็ค: เควิน วิมเมอร์ (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์)

        นับตั้งแต่ที่ที่ย้ายมาจาก โคโลญจน์ ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้วเขาพึ่งมีโอกาสลงเล่นในเกมส์ลีกไปเพียงแค่ 10 นัดเท่านั้น และจากอดีตที่ผ่านมา เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ มักจะจัดการลูกทีมที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวภายในได้ไม่ดีเท่าไรนัก ทำให้อนาคตของ ปราการหลังวัย 23 ปี ดูท่าจะไม่สดใสเสียแล้ว

เซ็นเตอร์แบ็ค: รามิโร่ ฟูเนส โมริ (เอฟเวอร์ตัน)

        ปราการหลังชาวอาร์เจนไตน์ นั้นต้องงานเข้าอย่างจังจากที่ตอนแรกคาดว่าจะเป็นตัวหลักของทีม นับตั้งแต่ จอห์น สโตนส์ ย้ายไปแมนฯซิตี้    แต่การเข้ามาของ แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ ที่เข้ามาจับคู่กันกับ ฟิล จากีลก้า กองหลังกัปตันทีม ได้อย่างยอดเยี่ยม เลยทำให้ ฟูเนส โมริ ต้องนั่งสำรองยาวจนถึงปัจุบัน

กองกลาง: เฮนริค มาคิทาร์ยาน (แมนฯ ยูไนเต็ด)

        มาคิทาร์ยาน ย้ายมาจากดอร์ทมุนด์ ด้วยดีกรีนักเตะยอดเยี่ยมแห่งบุนเดสลีกา พร้อมกับค่าตัวที่สูงถึง 30 ล้านปอนด์ นั่นทำให้เขาถูกคาดหวังจากแฟน ปีศาจแดง ว่าจะสามารถยกระดับทีมได้ในฤดูกาลนี้ แต่จากปัญหาอาการบาดเจ็บที่คอยตามรบกวน ทำให้ดาวเตะ อัลเมเนีย วัย 27 ปี นั้นแทบจะไม่ได้รับโอกาสลงสนามเท่าที่ควร และทีมงานSBOBET  คิดว่าทำให้เขาอาจจะต้องดับเหมือนแข้งชื่อดังหลายรายก่อนหน้านี้

กองกลาง: อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (อาร์เซนอล)

        อเล็กซ์ คือนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี แถมพ่วงด้วยการติดเป็น 23 คนสุดท้ายของ ทีมสิงโตคำราม ในศึก ยูโร 2012 และนั่นทำให้หลายคนเชื่อว่าเขาจะขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมในอนาคตได้อย่างแน่นอน แต่ถึงเวลานี้ผ่านมา 4 ปีเข้าไปแล้ว ฟอร์มของปีกจรวดรายนี้ยังคงลุ่มๆดอนๆ  และเพิ่งจะได้ลงเป็นตัวจริงไปเพียงแค่ 3 นัดเท่านั้นในฤดูกาลนี้

กองกลาง : โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ (อาร์เซนอล)

        เอลเนนี่ เล่นได้อย่างสุดยอดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว หลังย้ายมาจาก บาเซิ่ล และคาดว่าจะได้เป็นตัวหลักให้กับทีมในฤดูกาลนี้ แต่การที่ เวนเกอร์ ไปดึง กรานิต ชาก้า เข้ามาเสริมทัพอีกคน นั่นทำให้ดาวเตะจาก อียิปต์ รายนี้ต้องนั่งสำรองยาวเลยทีเดียว และทีมงานSBOBET เพิ่งจะได้เห็นหน้าเขาในเกมที่พบกับ ลิเวอร์พูล นั่นแหละ

กองกลาง: เชส ฟาเบรกาส (เชลซี)

        นับตั้งแต่  อันโตนิโอ คอนเต้ เข้ามาคุมทัพในถิ่น สแตมฟอร์ดบริดจ์ นั่นทำให้ ฟาเบรกาส นั้นแทบจะไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลย และตกเป็นตัวสำรองของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และ เนมานญ่า มาติช ไปแบบถาวร  และทีมงานSBOBET เชื่อว่าอนาคตอันใกล้ของดาวเตะวัย 29 ปี รายนี้จะได้ย้ายออกจากทีมแน่นอน

กองหน้า: โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (อาร์เซนอล)

        ฤดูกาลนี้ เวนเกอร์ ปรับทีมโดยการใช้ อเล็กซิส มายืนในตำแหน่งหน้าเป้า ทำให้ ชิรูด์ ที่ก่อนหน้านี้เคยได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงมาโดยตลอด แต่ก็ไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ดีพอ ต้องตกมาเป็นตัวสำรองในฤดูกาลนี้  และทีมงานSBOBET คิดว่าหากว่าเขาหวังที่จะกลับมายึดตัวจริงอีกครั้ง เมื่อได้รับโอกาสลงสนามควรทำผลงานให้ดีกว่าเดิม

กองหน้า: มิชี่ บาตชัวยี (เชลซี)

        บาตชัวยี นั้นได้รับการคาดหมายว่าจะเข้ามาเป็นกองหน้าตัวจริงของทีมแทนที่ ดีเอโก้ คอสต้า ในฤดูกาลนี้ หลังจากฟอร์มอันน่าผิดหวังของ ดาวเตะทีมชาติสเปน เมื่อฤดูกาลก่อน แต่จากการที่ คอสต้า นั้นกลับมาคืนฟอร์มเก่งอีกครั้ง ทำให้ ดาวยิงทีมชาติ เบลเยี่ยม นั้นยังแทบไม่ได้รับโอกาสลงสนามเท่าที่ควร และเจ้าตัวอาจะถูกปล่อยตัวออกไปให้ทีมอื่นยืมใช้งานในช่วงตลาดซื้อขายเปิดรอบ 2 ในเดือน ม.ค. นี้